การรักษาต้อกระจก

Cataract

ต้อกระจก เป็นความเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตา ดวงตามองด้วยเลนส์สองชิ้น ชิ้นนอกคือกระจกตา ซึ่งเป็นโดมโค้งอยู่ภายนอก เห็นเป็นตาดำ ทำหน้าที่โฟกัสหยาบ เลนส์แก้วตา อยู่หลังรูม่านตา สามารถยืดหยุ่น ปรับโฟกัสละเอียด เลนส์ประกอบด้วย เปลือกแคปซูล ห่อหุ้มเนื้อเลนส์ โดยมีกล้ามเนื้อวงแหวนล้อมรอบบังคับ เมื่อกล้ามเนี้อหดตัว เลนส์จะโป่งตัวออก ดึงโฟกัสให้ใกล้ขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตาของเราเริ่มเสื่อมลง ทำให้อ่านหนังสือได้ลำบาก ต้องใช้เลนส์แว่นตาซึ่งเป็นเลนส์นูนเข้ามาช่วย เรียกว่าภาวะสายตาสูงอายุ หลังเลนส์แก้วตาสูญเสียความยืดหยุ่นไปมากแล้ว เนื้อเลนส์จะเริ่มแน่นไม่สม่ำเสมอรวมภาพได้ไม่ดี เห็นดวงไฟแตกเป็นแฉก ภาพเหลื่อมซ้อน สังเกตได้จากไฟดวงเล็กๆ อย่างไฟ LED ตามเครื่องใช้ไฟฟ้า จะซ้อนเป็นสองเป็นสามดวง หรือลูกศรไฟจราจร มีสองสามดวงเหลื่อมทับกันสุดท้ายเลนส์แก้วตาสูญเสียความใส เกิดเป็นฝ้ามัว เรียกว่าต้อกระจก

ความมัวนี้อาจเกิดทั่วเลนส์พร้อมกัน ทำให้ตามัวลงช้าๆ เกิดจากขอบเลนส์แล้วค่อยๆลามเข้ามากลางเลนส์ รู้สึกเหมือนมีอะไรบังอยู่ด้านนั้น หรือเกิดเฉพาะตรงกลางเลนส์เป็นฝ้าดวงเล็กๆ แต่รบกวนความคมชัดอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดด ที่รูม่านตาหดตัว เล็กกว่าส่วนที่ฝ้า ประมาณว่า กว่า 50% ของผู้ที่มีอายุเกิน  70ปี จะมีปัญหาการมองเห็นซึ่งต้องรักษา

การรักษาต้อกระจก

เมื่อต้อกระจก รบกวนการมองเห็น วิธีเดียวที่ทำให้สายตากลับดีดังเดิมได้คือ (การผ่าตัดสลายต้อกระจก) การเปลี่ยนเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วแทนที่ด้วยเลนส์ชิ้นใหม่ เรียกว่า การผ่าตัดสลายต้อกระจก และฝังเลนส์แก้วตาเทียม Phacoemulsification and Intraocular Lens Implantation เป็นการผ่าตัดที่นับได้ว่า ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง และแม่นยำ จัดเป็นวิธีมาตรฐานของการรักษามากว่า 20 ปี การสลายต้อกระจกทำได้ง่าย ใช้เวลาเพียงราว 30นาที เพียงใช้ยาชาหยอด ไม่ต้องดมยาสลบหรือฉีดยา เริ่มด้วยการหยอดยาขยายม่านตา ใช้มีดขนาดเล็ก เปิดแผลที่ขอบตาดำ ยาวราว 2-3 มม. สอดเครื่องมือเข้าไป เจาะถุงแคปซูลให้เปิดออก แล้วฉีกให้ได้ช่องเปิดกลม ต่อเนื่อง ขนาดราว 5 มม. โดยมีศูนย์กลางช่องเปิด ตรงกับศูนย์กลางเลนส์ สอดหัวสลายต้อกระจกเข้าไปสลายเนื้อเลนส์ภายในออกมาหัวสลายต้อเป็น ท่อโลหะ เล็กๆ ปลายสั่นสะเทือนด้วยความถี่ 20000-60000 รอบต่อวินาที สามารถแยกสลายเลนส์เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดล้างออกมาจนหมด เลนส์มักมีความแข็งเพิ่มขึ้น ตามอายุ ยิ่งเลนส์แข็งมาก หรือที่เรียกว่า ต้อสุก อาจต้องใช้พลังงาน สั่นสะเทือนมาก เพื่อสลายเลนส์ เกิดความชอกช้ำต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงๆได้ ฝังเลนส์แก้วตาเทียมผ่านช่องเปิด เข้าไปในถุงหุ้มเลนส์เดิม ตัวถุงหุ้มเลนส์จะเป็นตัวบังคับให้เลนส์อยู่ในตำแหน่ง และระนาบที่ต้องการ เมื่อดึงเครื่องมือออก แผลผ่าตัดจะปิดตัวเอง เลนส์แก้วตาเทียมที่คลี่ตัวออกเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าแผล จึงไม่อาจหลุดออกจากดวงตาได้